| |
กำหนดการเดินทาง วันที่ 3-9 พ.ค. 2553 |
| วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ – เวียนนา (ออสเตรีย) |
| 2100 |
คณะเดินทางพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ ประตูทางเข้าหมายเลข 4 แถว Gโดยมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก |
| 2355 |
เหิรฟ้า สู่สนามบิน VIENNA SCHWECHAT กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียโดยสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS 026 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10.40 ชม.) |
| 0535 |
คณะถึง สนามบิน VIENNA SCHWECHAT เวียนนา ประเทศออสเตรียแวะเพื่อเปลี่ยนเครื่องสู่กรุงซาเกรบ |
| |
|
| วันที่สอง เวียนนา(ออสเตรีย) – ซาเกรบ – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (โครเอเชีย) |
| 0700 |
เหิรฟ้า สู่สนามบิน ZAGREBกรุงซาเกรบประเทศโครเอเชียโดยสายการบินออสเตรียนเที่ยวบินที่ OS 681
( ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที ) |
| 0750 |
คณะถึง กรุงซาเกรบ (ZAGREB) เมืองหลวงของประเทศโครเอเชียหลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองนำท่านชม ความงดงามของเมืองซาเกรบ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปีโดยเมืองซาเกรบได้เฉลิมฉลองครบรอบ 900 ปี ในปี ค.ศ.1994ที่ผ่านมาเป็นเมืองหลวงที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมและสิ่งก่อสร้างทาง ประวัติศาสตร์มากมาย และเป็นหัวใจของการปกครองเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศ ชมย่านเมืองเก่าซึ่งจัดแบ่งออกเป็น 2 เขตคือ UPPER & LOWER TOWN ผ่านชมโรงละครแห่งชาติ ที่สร้างขึ้นในสไตล์นีโอบาร็อค มีลักษณะเป็นรูปตัว U และรายล้อมไปด้วยสวนสาธารณะจนได้รับสมญานามว่า “THE GREEN HORSE SHOE”จากนั้นนำท่านชมมหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น (CATHEDRAL OF ST. STEPHEN) สถาปัตยกรรมที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปีและปัจจุบันได้บูรณปฏิสังขรณ์ในสไตล์นีโอ-โกธิคงดงามด้วยหอคอยแฝดปลายแหลม สีทองอร่าม ภายในประดิษฐานรูปนักบุญองค์สำคัญต่างๆ เช่น นักบุญเซนต์ปีเตอร์, เซนปอลล์ จากนั้นนำท่านชม กำแพงหิน (STONE GATE)ตั้งรายล้อมเมืองเก่า ประกอบด้วยประตู 5 บาน ในราวปี ค.ศ. 1731เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่แต่ภาพเขียนพระแม่มารีที่ตั้งอยู่บนกำแพงไม่ได้ถูก ทำลาย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเพราะปาฏิหาริย์ ผ่าน ชมโบสถ์ เซนต์ มาร์ก (CHURCH OF ST. MARK) สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 13โดดเด่นด้วยหลังคามุงด้วยกระเบื้องสีต่างๆ ซึ่งเป็นรูปตราสัญลักษณ์ของซาเกรบ โครเอเชีย สโลเวเนีย และ ดัลเมเชียนซึ่งครั้งหนึ่งเคยอยู่ในประเทศเดียวกัน (ยูโกสลาเวีย), ผ่านอาคารรัฐสภา จากนั้นอิสระให้ท่านเดินชมจัตุรัสกลางเมืองที่รายล้อมรอบด้วยห้างร้านค้า เพื่อเลือกชมเลือกซื้อสินค้า และของที่ระลึกในย่านการค้า BANELACICE SQUARE |
| เที่ยง |
บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร |
| |
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองพลิตวิเซ่ ระหว่างทางชมธรรมชาติและความงามของทิวทัศน์สองข้างทางที่รายล้อมด้วยป่าเขา สลับทุ่งหญ้าฟาร์มเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ นำท่านเข้าสู่อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ แห่งแคว้น ISTRIA & KVARNERหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่งดงามแห่งหนึ่งในยุโรปและยังได้รับการ ประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จากองค์การยูเนสโก้ ในปีค.ศ. 1979 ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 29,482 เฮคเตอร์ พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยน้ำที่มีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้า รวมกันถึง 16 แห่งเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินสะพานไม้ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบและเนินเขา ท่านจะเพลิดเพลินไปกับความงามของทะเลสาบและน้ำตกที่ไหลรินลงสู่ทะเลสาบทั่ว ทุกหนทุกแห่ง ชมฝูงปลาแหวกว่ายในสระน้ำใสราวกระจกสะท้อนสีครามของท้องฟ้า แวดล้อมด้วยหุบเขา ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น (การเดินเที่ยวในอุทยานขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในวันนั้นๆ) |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำคณะท่านเข้าสู่ที่พัก ณ HOTEL EZERO หรือเทียบเท่า |
| |
|
| วันที่สาม อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ – ซาดาร์ – วอดิเซ่ |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคารในโรงแรม |
| |
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองซาดาร์ (ZADAR)เมืองท่าสำคัญซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ของทะเลอาเดรียติคอดี ตเมืองหลวงของแคว้นดัลเมเทียที่ร่ำรวยไปด้วยอารยธรรมโรมันที่มีประวัติ ศาสตร์มากกว่า 3,000 ปีนำท่านชมตัวเมืองซาดาร์ชมประตูเก่าสมัยเวนิสมามีอิทธิพลเหนือซาดาร์งดงาม ด้วยลวดลายและสัญลักษณ์ต่างๆชมโบถส์เซนต์โดแนท (THE CHURCH OF ST. DONAT) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ซึ่งถือว่าเป็นโบสถ์สไตล์ไบเซนไทน์ที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นดัลเมเทีย และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองซาดาร์โบสถ์อนาตาเซีย(ZADAR CATHEDRAL OF ANASTASIA)สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ในรูปแบบไบเซนไทน์ต่อมาสร้างเพิ่มเติมในศตวรรษที่ 12 และ 13ในรูปแบบโรมาเนกส์และโกธิคที่งดงามชมฟอรัมหรือย่านชุมชนของโรมัน เมื่อ 2,000 ปีก่อนที่นักโบราณคดีจะใช้ความอุตสาหะในการขุดค้นพบหลักฐานสำคัญต่างๆในการ อยู่อาศัยของชาวโรมันชมตลาดกลางเมืองที่มีชีวิตชีวาสดใสด้วยผักผลไม้ไม้ดอก และ อื่นๆอันแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดิน |
| เที่ยง |
บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร |
| |
หลังอาหารนำท่านชม ซีออร์แกน (SEA ORGAN) นวัตกรรมใหม่ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดที่เมืองบาร์เซโลน่า เมื่อปี 2005 โดยการใช้ท่อฝังลงไปริมฝั่งทะเลแล้วอาศัยคลื่นน้ำทะเลดันอากาศเข้าไปในท่อ ที่มีลิ้นแตกต่างกัน ทำให้เกิดโทนเสียงสูง ต่ำออกจากท่อจำนวนมากเป็นที่น่าอัศจรรย์ จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ เมืองวอดิเซ่(VODICE) เมืองริมชายฝั่งทะเลอาเดรียติคทางตอนกลางของแคว้นดัลเมเทีย และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลอาเดรียติ คตอนกลาง |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำณ ภัตตาคาร |
| |
หลังอาหาร นำคณะท่านเข้าสู่ที่พัก ณ PUNTA HOTELหรือเทียบเท่า |
| |
|
| วันที่สี่ วอดิเซ่ – ซีบีนิค – สปลิท |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคารในโรงแรม |
| |
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองซีบีนิค (SEBINIK) เพื่อชมตัวเมืองเก่าริมฝั่งทะเลอา เดรียติค ที่มีหลังคาอาคารบ้านเรือนทำด้วยกระเบื้องสีส้ม สไตล์เรอเนสซองส์ ที่ได้รับอิทธิพลจากทางอิตาลี ชมสภาว่าการเมืองเก่า THE OLD LOGGIA ที่สร้างขึ้นราว ค.ศ.15นำท่าน ชมวิหารเซนต์ เจมส์ (ST. AMES) เป็นสถาปัตยกรรมอิตาเลี่ยน–ดัลเมเชี่ยนที่สร้างขึ้นด้วยหินทั้งหลัง โดยไม่มีการใช้วัสดุในการเชื่อมต่อ |
| เที่ยง |
บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร |
| |
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ เมืองสปลิท (SPLIT) โดยใช้เส้นทางลัดเลาะเลียบไปตามชายฝั่งทะเลอาเดรียติค ที่มีบ้านเรือนหลังคากระเบื้องสีส้ม สลับตามแนวชายฝั่งเป็นระยะๆนำท่านชมตัวเมืองสปลิท PEOPLE SQUARE ศูนย์กลางทางธุรกิจและการบริหารในศตวรรษที่15 นำท่านชมพระราชวังดิโอคลีเธี่ยน (DIOCLETIAN PALACE) ที่สร้างขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิ ดิโอคลีเธี่ยน ที่ต้องการสร้างพระราชวังสำหรับบั้นปลายชีวิตของพระองค์ ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 10 ปี ยูเนสโก้ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ท่านจะได้ชมห้องโถงกลางซึ่งมีทางเดินเชื่อมต่อสู่ห้องอื่นๆ ชมลานกว้างซึ่งล้อมไว้ด้วยเสาหินแกรนิต 3 ด้าน และเชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตรสวยงาม ชมยอดระฆังแห่งวิหาร แท่นบูชาของเซนต์โดมินัส และเซนต์สตาซิอุส ซึ่งอยู่ภายในวิหารชมจัตุรัสประชาชน ชมรูปปั้นของGREGORIUS OF NIN ผู้นำศาสนาคนสำคัญของโครเอเชียในยุคศตวรรษที่ 10 |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำคณะท่านเข้าสู่ที่พัก ณ PARKHOTEL หรือเทียบเท่า |
| |
|
| วันที่ห้า สปลิท – ดูบรอฟนิค |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคารในโรงแรม |
| |
หลังอาหาร นำท่านเดินางสู่เมืองสตอน (STON)เมืองที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทร PELASAC เมืองสตอนถูกก่อตั้งประมาณศตวรรษที่ 14 โดยเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นดูบรอฟนิค จากนั้นมีการก่อสร้างกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองสตอน โดยใช้เวลาในการก่อสร้างกำแพงนี้ประมาณ 200 ปี มีความยาวกว่า 5.5 กิโลเมตร ตัวกำแพงเคยถูกระเบิดในสงครามปี ค.ศ. 1991 และแผ่นดินไหวเมื่อปีค.ศ. 1996 แต่ก็สามารถคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้ เมืองสตอนแบ่งออกเป็น 2 ส่วนส่วนแรกเรียกว่า “VELIKI STON” ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของเมืองตั้งอยู่ติดกับริมฝั่งทะเล และอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า “MALI STON” ซึ่งตั้งอยู่อีกด้านหนึ่ง โดยมีกำแพงเมืองดังกล่าวเป็นตัวเชื่อมสองส่วนของเมืองเข้าด้วยกัน นำท่านลัดเลาะเลียบไปตามชายฝั่งทะเลอาเดรียติคที่สวยงาม สู่มาลีสตอน (MALI STON) ให้ท่านได้ชิมหอยนางรมสดๆ จากทะเลอาเดรียติค พร้อมด้วยการจิบไวน์ |
| เที่ยง |
บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร |
| |
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองดูบรอฟนิค (DUBROVNIK) เมืองทางตอนใต้ของสาธารณรัฐโครเอเชีย ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นดัลเมเทีย (DALMATIA) ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศบอสเนีย เฮอร?เซโกวีน?า นำท่านเที่ยวชมบริเวณ เมืองเก่า (OLD TOWN) ซึ่งโอบล้อมด้วยกำแพงโบราณสูงตระหง่าน ตรงบริเวณพื้นที่ริมทะเลอาเดรียติค เป็นเขตชุมชนเริ่มแรกที่บรรพบุรุษชาวดูบรอฟนิคมาสร้างบ้านเมืองไว้ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 7 และสร้างกำแพงเมืองแข็งแรงขึ้นล้อมเมืองไว้ในศตวรรษที่ 13 เพื่อป้องกันภัยจากศัตรู เช่น พวกอาหรับ เวเนเชียน มาชีโดเนียนและเซิร์บ ภายในเขตเมืองเก่ามากมายด้วยสิ่งก่อสร้างโบราณ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ปี 1979 นำท่านเดินเที่ยวชมตัวเมืองโดยเริ่มต้นจาก ประตูหลัก (PILE GATE) นำไปสู่ STRADUM พื้นทางเดินเป็นหินอันเป็นถนนสายหลักจาก น้ำพุโบราณทรงกลม (ONFRIO FOUNTAIN) ไปจนสุดมุมถนน ล้วนเรียงรายไปด้วยสถานที่สำคัญนำท่านผ่านชม FRANCISCAN MONASTERY วิหารในสถาปัตยกรรมโกธิค ภายในมีร้านขายยาที่เก่าแก่ที่สุดของยุโรป ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1391 จากนั้นให้ท่านได้ถ่ายรูปที่ระลึกบริเวณจัตุรัสกลางเมืองซึ่งเป็นสถานที่นัด พบและประกอบกิจกรรมของชาวเมืองในอดีต รวมถึงสถานที่ลงโทษผู้กระทำผิดด้วย อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปที่ระลึกกับ เสาหินอัศวิน (ORLANDO COLUMN) หอนาฬิกา (BELL TOWER) ที่ตั้งอยู่ปลายสุดของถนนสายหลัก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1444 หน้าปัดทำด้วยเหล็ก มีความพิเศษตรงลูกกลมๆ ใต้หน้าปัดซึ่งแทนพระจันทร์บอกข้างขึ้นข้างแรมในสมัยก่อนนำท่านเข้าชม เรคเตอร์ พาเลซ (RECTOR’S PALACE) สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมโกธิกผสมเรอเนสซองส์ อดีตเคยเป็นที่ทำการรัฐบาล ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสมบัติล้ำค่าไว้มากมาย |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำคณะท่านเข้าสู่ที่พัก ณ PARKHOTEL หรือเทียบเท่า |
| |
|
| วันที่หก ดูบรอฟนิค –เวียนนา (แวะเปลี่ยนเครื่อง) |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคารในโรงแรม |
| |
หลังอาหาร ให้ท่านพักผ่อนตามอธัยาศัย หรืออิสระกับการช้อปปิ้งเป็นของฝาก ของที่ระลึก |
| เที่ยง |
บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร |
| |
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ สนามบินดูบรอฟนิค |
| 1300 |
คณะเดินทางถึงสนามบิน ดูบรอฟนิค เพื่อทำการเช็คอิน |
| 1525 |
เหิรฟ้า สู่เมืองเวียนนาประเทศออสเตรีย โดยสายการบิน ออสเตรียน แอร์ไลนเที่ยวบินที่ OS 732
(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.25 ชม.) |
| 1650 |
คณะถึงสนามบิน เวียนนา ประเทศออสเตรียเพื่อรอเปลี่ยนเครื่องกลับสู่ประเทศไทยท่านสามารถเพลิดเพลิน กับการเลือกซื้อสินค้า และของฝากที่ระลึกในสนามบิน อิสระบริการอาหารค่ำ |
| 2015 |
เหิรฟ้า สู่สนามบินสุวรรณภูมิประเทศไทย โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS 015
(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10.00 ชม.) |
| |
|
| วันที่เจ็ด สนามบินสุวรรณภูมิ |
| 1115 |
คณะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิฯโดยสวัสดิภาพ |
| |
*** หมายเหตุรายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม *** |