| |
|
| |
กำหนดการเดินทาง: 11-16, 18-23, 25-30 มิ.ย. // 30-05, 16-21, 23-28 ก.ค. // 11-16, 12-17 ส.ค. 53
|
| วันแรก กรุงเทพฯ - ไคโร |
| 22.00 |
คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์ Q สายการบิน อียิปต์แอร์ |
| |
|
| วันที่สอง กรุงเทพฯ / ไคโร (10 ชม.)> กีซ่า (ชมสฟิงซ์ ) ชม Valley Temple (สถานที่ทำมัมมี่) โรงงานกระดาษปาปิรุส โรงงานน้ำหอม - พิพิธภัณฑ์ฯแห่งชาติอียิปต์ |
| 00.45 |
เหินฟ้าสู่ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์โดยเที่ยวบินที่ MS 959 (ใช้เวลาบินประมาณ 10 ชั่วโมง) |
| 05.00 |
ถึง สนามบินกรุง ไคโร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 5 ชม.) เมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกาพบกับตัวแทนของบริษัทฯที่รอต้อนรับท่านอยู่ภายในสนามบิน |
| 06.30 |
หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวกรุงไคโร จากนั้นชม ศิลปะความงามแห่งประเทศอียิปต์ ดินแดนแห่งความลี้ลับและพิศวง เป็นแหล่งอารยธรรมและโบราณคดีที่สำคัญ มีแม่น้ำไนล์ที่ยาวที่สุดในโลกไหลผ่าน ค.ศ. 969 เมืองใหม่ชื่อ อัลควาฮิราห์ แปลว่า ชัยชนะ หรือ รู้จักกันในชื่อ .ไคโร. ได้กลายเป็นเมืองหลวงของอียิปต์ และเป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลาม ไคโรมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการสร้างกำแพงใหญ่ล้อเมือง ปัจจุบันมีประชาการกว่า 20 ล้านคน เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งในทวีปแอฟริกา นอกจากนี้ยังมีความสำคัญด้านการเมืองวัฒนธรรม และเป็นศูนย์กลางในดินแดนตะวันออกกลางอีกด้วย |
| 09.00 |
ถึง เมืองกีเซห์ (Gizeh) ชม มหาปิรามิด (Great Pyramid) เป็นชื่อเรียกของสถานที่ฝังพระศพของเมืองเลโทโพลิสโบราณ(ปัจจุบันคือ ไคโร) ครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ตร.ม. บนที่ราบสูง เป็นที่ สูงชัน ริมขอบทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ลาดลงประมาณ 40 ม. มีลำคลองจากแม่น้ำไนล์เข้าสู่ ภายใน แยกเขตทะเลทรายออกจากเขตอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่ตั้งของมหาปิรามิด 3 องค์ มีขนาด ลดหลั่นกันตั้งเรียงรายท่ามกลางทะเลทราย โดยปิรามิดทั้งสามองค์นี้ เป็นอนุสาวรีย์ทรงเรขาคณิต ที่ชาวกรีกยกย่องว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก องค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณสร้างเพื่อฝั่ง พระศพของพระองค์เอง เป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลก ใช้เวลาสร้างนาน 30 ปี จากหินขนาดใหญ่มาก แต่ละก้อนหนักกว่า 2 ตัน วางชิดกันแม้กระดาษก็สอดไม่ผ่าน ประกอบด้วย ปิรามิด 3 องค์ คือ
1) ปิรามิดคีออพส์ (Cheops) หรือปิรามิดคูฟู สร้างเพื่อเป็นสุสาน ในพื้นที่ 53 ตร.ม. สูง 146 เมตร ใช้แท่งหินในการสร้าง 2.3 ล้านแท่ง หินแต่ละก้อนวางชิดติดกันแบบแนบสนิท แม้กระดาษก็สอดไม่ผ่าน ภายในมีห้องโถงหลายห้อง ห้องโถงใหญ่ ห้องโถงพระราชา ห้องโถงพระราชินี ก้อนหินที่ใช้ทำด้วยหินแกรนิต รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ตัน ถือเป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก กล่าวกันว่าอาจนำวิหารเซ็นต์ปิเตอร์ที่กรุงโรมรวมกับวิหารเซ็นต์ปอลที่ลอนดอน และดูโอโมวิหารแห่งเมืองฟรอเรนซ์ รวมไว้ในปิรามิดแห่งนี้ได้อย่างสบาย
2) ปิรามิดเคเฟรน (Chefren) สร้างโดยฟาโรห์คาแฟ ในปี 2465 ก่อน ค.ศ. สูง 136 เมตร ต่ำกว่าปิรามิด 10 เมตร สร้างบนเนินดินขนาดใหญ่ จึงทำให้ดูสง่ากว่าปิรามิด 2 องค์ กินเนื้อที่ประมาณ 1.6 ล้านลูกบาศก์เมตร ผิวฉาบเรียบด้วยหินปูนทูราผิวฉาบด้วยหินแกรนิตสีชมพู มีห้องโถงกว้าง 2 ห้อง ภายในถูกบุกรุก ทำลายเสียหายมาก
3) ปิรามิดมิเซรินุส (Mycerinus) สร้างโดยฟาโรห์เมนเคอเร ปี 2420 ก่อน ค.ศ. มีขนาดเล็กสุด สูง 66.45 เมตร ปัจจุบันสูงเพียง 62.18 เมตร กว้าง 108 เมตร ชม สฟิงซ์ สลักจากเนินหินธรรมชาติสูง 21 เมตรยาว 73 เมตร อยู่ด้านหน้าทางเข้าทางเข้าปิรามิดเครเฟรน ส่วนหัวเลียนแบบพระพักตร์เทพฮาร์มาคิส ลำตัวเป็นสิงสูง 20 เมตร ความยาวตลอดลำตัว 57 เมตร ชาวอียิปต์นับถือเสมือนหนึ่งเทพเจ้า |
| พิเศษ..!! |
แถม ขี่อูฐ ชมปิรามิด (กรุณาทิปคนจูงอูฐท่านละ US$ 1) |
| เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| 13.30 |
ชมการสาธิตวิธีทำกระดาษปาปิรุส กระดาษชนิดแรกของโลก
ใช้บันทึกข้อความสรรเสริญเทพเจ้าและเหตุการณ์ในสมัยโบราณ และ โรงงานน้ำหอม สืบทอดมาแต่สมัยพระนางคลีโอพัตรา |
| 15.00 |
ชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ (Egyptian Museum)
ออกแบบโดยโดยสถาปนิคชาวฝรั่งเศส ชื่อ มาร์เซล โดน่อน ผู้ชนะเลิศการแข่งขันระหว่างประเทศ เป็นสถานที่เก็บสะสมโบราณวัตถุที่เก่าแก่และล้ำค่ามากมาย ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ จนกระทั่งยุคจักรวรรดิโรมัน มากมายกว่า 120,000 ชิ้น เก็บรวบรวมและจัดแสดงเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ อารยะธรรมอียิปต์โบราณอันรุ่งเรืองไว้ได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะห้องจัดแสดงสมบัติอันล้ำค่าขององค์ฟาโรห์ตุตันคาเมน รวบรวมเครื่องใช้ต่างๆ ของฟาโรห์อย่างครบครัน ชมโลงศพทองคำแท้หนัก 110 ก.ก. พร้อมหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมน หนัก 11 ก.ก. และ สมบัติส่วนตัวอีกมากมายของพระองค์ เช่น เตียงบรรทม, รถศึก และเก้าอี้บัลลังก์ทองคำ ชมรูปปั้นดินที่แสดงถึงชีวิตประจำวันของชาวอียิปต์ ชมพระเศียรของพระนางเนเฟอร์ติติ 1 ใน 2 ชิ้นที่มีชื่อของโลก (อีกชิ้นอยู่ที่เบอร์ลิน) ชมพระรูปของฟาโรห์อัคนาแตน-ฟาโรห์นักปฏิวัติ ชมพระรูปของพระนางฮัตเชปสุต (ฟาโรห์สตรีองค์เดียวของอียิปต์) นอกจากนี้ท่านยังได้ชมสมบัติอันล้ำค่าอื่นๆ เช่น แหวน, สร้อยข้อมือ, สร้อยคอ ฝีมือประณีต ล้วนมีอายุกว่า 3,300 ปี สัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งศาสตร์การเตรียมตัวหลังความตายของชาวอียิปต์ หรือ การทำมัมมี่ (Mummy) ชมมัมมี่ของคนและสัตว์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมร่วมค้นหาคำตอบแห่งปริศนาคัมภีร์มรณะ (Book of the Death) เปรียบเสมือนของกำนัลจากเทพแห่งความตาย |
| |
OPTIONAL REMARK |
| |
รายการเสริมพิเศษ ชมห้องมัมมี่ 11กษัตริย์ ( Royal Mummy Room ) มัมมี่ขององค์ฟาโรห์รามเสสที่ 2 และพระศพขององค์ฟาโรห์ทั้งหมด 11 พระองค์ซึ่งถูกค้นพบ ( ปกติค่าเข้าชมประมาณ 700 บาท / 100 ปอนด์อียิปต์ ) |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ที่ ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเข้าสู่ที่พัก LEPASSAGE HOTEL ระดับ 5ดาว |
| |
|
| วันที่สาม ไคโร - เมืองอบูซิมเบล (2.45 ชม.) - เมืองอัสวาน(45 นาที) |
| 03.30 |
เช็คเอ้าท์ แล้วเดินทางไปสนามบิน อาหารเช้า (ปิกนิค)
หมายเหตุ สัมภาระที่ไม่ใช้ให้เช็คโหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน เพราะจะเป็นภาระในเวลาเดินทัวร์อบูซิมเบล ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 ชม. เท่านั้น จากนั้นเครื่องบินลำเดิมจะนำท่านบินย้อนกลับเมืองอัสวาน |
| 04.15 |
เหิรฟ้าสู่ อาบูซิมเบล (Abu Simbel) โดยเที่ยวบินที่ MS 245 |
| 07.00 |
ถึงอาบูซิมเบล(ทัวร์ที่อาบูซิมเบล ดำเนินการณ์โดยสายการบินอียิปต์) มีรถทัวร์รอรับ (นั่งรถประมาณ10 นาที) ไปชม มหาวิหารอาบูซิมเบล ประกอบด้วยวิหารใหญ่ของฟาโรห์รามเสสที่ 2 และ วิหารของเนเฟอร์ตารี ซึ่งเป็นมเหสีที่รักของพระองค์ วิหารอาบูซิมเบล งดงามยิ่งใหญ่และมีชื่อก้องโลก มหาวิหารอาบูซิมเบล ตั้งอยู่บนหน้าผาขนาดใหญ่ การสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ที่อัสวาน ทำให้วิหาร 17 แห่งจมอยู่ใต้น้ำ จนองค์การยูเนสโก้ต้องมาช่วยยกให้พ้นน้ำ ถูกชะลอขึ้นสูงจากพื้นดิน 65 เมตร เป็นงานที่ยากมาก ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ปี สิ้นค่าใช้จ่าย 40 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ภายในวิหารใหญ่มีห้องบูชา 3 ชั้น และมีรูปสลัก 4 องค์นั่ง อยู่ด้านหน้าวิหาร แต่ละองค์สูงเท่ากับตึก 8 ชั้น และทุกปีของวันที่ 20 ของเดือนกุมถาพันธุ์ และ ตุลาคม แต่ละปี ลำแสงแรกของพระอาทิตย์จะสาดส่องเข้าไปต้องรูปสลัก เล่ากันว่าวันที่ 20 ก.พ. ตรงกับวันประสูติของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ขณะที่วันที่ 20 ต.ค. ตรงกับวันขึ้นครองราชย์ของพระองค์ แสดงให้เห็นถึงความเจริญทางวิทยาการทางการคำนวณของชาวอียิปต์โบราณ |
| 10.15 |
โดยเที่ยวบิน MS 248 บินกลับเมืองอัสวาน เมืองที่สวยงามที่สุด อากาศดี นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนตากอากาศ
เดิมเรียกเยบู (Yebu) เป็นภาษา-นูเบียน แปลว่าช้าง เนื่องจากสมัยโบราณ งาช้างในทวีปแอฟริกาถูกเก็บรวมมาซื้อขายกัน หลังจากกรีกเข้ามาปกครองอียิปต์ เลยเปลี่ยนชื่อเป็น Elefantna หรือเกาะช้าง ทำให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายที่พวกแอฟริกันผิวดำ นำงาช้าง เครื่องเทศ หนังสัตว์ มาขาย แลกเปลี่ยนสินต้าทางยุโรป และยังเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในแม่น้ำไนล์ มีความยาว 1,500 เมตร กว้าง 500 เมตร |
| 11.00 |
ถึง อัสวานไกด์ท้องถิ่นรอต้อนรับ แล้วนำท่านเดินทางโดยรถโคชปรับอากาศไปท่าเรือ ระหว่างทางชม เขื่อนยักษ์อัสวาน (High Dam) สร้างโดยรัสเซีย ปี ค.ศ. 1964 เสร็จปี 1968 งบประมาณ 1,000 ล้านเหรียญ เป็นเขื่อนขนาดยักษ์สูง 365 ฟุต ยาว 3,280 ฟุต ขวางกั้นแม่น้ำไนล์ทั้งสายให้กลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์ ช่วยระบบชลประทาน ทำให้มีผลดีต่อการเพาะปลูกในลุ่มแม่น้ำไนล์ แต่มีผลเสียต่อโบราณสถานหลายแห่ง และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 10,000 ล้านวัตต์ต่อปี ให้ใช้ได้ทั้งประเทศ จากนั้นชม เสาหินโอเบลิสก์ แกะสลักจากหน้าผาซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ (The Unfinished Obelisk) เป็นแท่งหินมหึมาที่สกัดเกือบเสร็จแล้ว แต่มีรอยราวจึงทิ้งค้างไว้เช่นนั้น แท่งหินนี้เป็นของพระนางฮัทเชปซุท หากไม่แตกร้าวจะเป็นเสาโอเบลิสก์ที่สูง 41 เมตร หนัก1,200 ตัน เสาโอเบลิสก์นี้เป็นอนุสาวรีย์ชนิดหนึ่งของอียิปต์โบราณ สร้างเพื่อบูชาแด่เทพ อามุน-รา หรือ สุริยะเทพ จากนั้นนำท่านเข้าที่พักในเรือสำราญขนาดใหญ่ล่องไปตามแม่น้ำไนล์ |
| 13.00 |
เช็คอิน - เรือสำราญ M/S (พัก 3 คืน) |
| ......... |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร - บนเรือสำราญ ระดับ 5 ดาว
จากนั้นเชิญท่านพักผ่อน บนเรือขนาด 70-100 ห้อง ขนาดห้อง 3x5 เมตร มีห้องน้ำทุกห้อง และมีสระว่ายน้ำอยู่ บนชั้นดาดฟ้าของเรือ พิเศษ ..!! แถม นั่ง เรือเฟลุกกะ (Felucca) ซึ่งเป็นเรือใบเสาเดี่ยวสไตล์อียิปต์โบราณ ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์อันงดงามหน้าเมืองอัสวานรอบเกาะช้าง Elephantine ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง ผ่านชม Agha Khan Mausoleum สุสานอากาข่าน เป็นประมุขของศาสนาอิสลามผู้ล่วงลับบนยอดเขาฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ ชมพระอาทิตย์ยามตกดินที่แสนจะโรแมนติด |
| 19.30 |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร - บนเรือสำราญ ระดับ 5 ดาว |
| 21.00 |
ชมการแสดงรอบดึก ขึ้นอยู่กับรายการของเรือนั้นๆ
พักบนเรือสำราญล่อง... แม่น้ำไนล์ - ระดับ 5 ดาว |
| |
|
| วันที่สี่ อัสวาน - คอม ออมโบ - เอ็ดฟู - เอ็ดน่า - ลุ๊กซอร์ |
| 07.30 |
บริการอาหารเช้า ขณะ เรือล่องไป เมืองคอมออมโบ (Kom Ombo) ชุมชนที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำไนล์บ้านเรือนส่วนใหญ่สูงเพียง 1 หรือ 2 ชั้น ระหว่างทางผ่านแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญริมแม่น้ำไนล์ |
| 09.00 |
เรือเที่ยบท่าหน้าวิหารคอม ออมโบ ไกด์นำท่านชม วิหารคอม-ออม-โบ ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ที่ล้ำออกมาถึงแม่น้ำไนล์ สามารถเห็นวิวของแม่น้ำไนล์อันงดงาม คำว่า คอม เป็นภาษาอาหรับ หมายถึงภูเขาเล็กๆ วิหารนี้เกือบเป็นวิหารดะโครโพลิสของกรีก หินที่ใช้สร้างแตกต่างกับวิหารอื่นๆ อาจเป็นเพราะถูกปกคลุมด้วยทรายเป็นเวลานาน การวางแบบของพื้นที่แปลกและเป็นเฉพาะตัว เป็นวิหารของเทพเจ้าสององค์ คือ เทพโซเบค (Sobek) เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ มีรูปร่างเป็นมนุษย์แต่เศียรเป็นจระเข้ และ เทพเจ้าฮาโรเอริส (Haroeris) เทพเจ้าแห่งการแพทย์อียิปต์โบราณ วิหารนี้สร้างบนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำไนล์ เป็นบริเวณที่มีจระเข้ชุกชุมในสมัยโบราณ วัดนี้จึงบูชาเทพโซเบก ซึ่งมีหัวเป็นจระเข้ และมีจระเข้มัมมี่เก็บรักษาไว้ ชมภาพแกะสลักพระนางคลีโอพัตรา ซึ่งเป็นรูปแบบของเครื่องแต่งกายในการทำภาพยนตร์ และภาพแกะสลักที่สำคัญ คือ ภาพแกะสลักการแพทย์แผนโบราณ โดยเฉพาะภาพ การคลอดลูกของหญิงอียิปต์โบราณ และปฏิทินโบราณ มีร้านค้ามากมายตั้งอยู่ตลอดแนวท่าเรือ ขายเสื้อผ้าและสินค้าพื้นเมือง |
| เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร - บนเรือสำราญ ระดับ 5 ดาว ขณะเรือล่องต่อไปเมืองเอ็ดฟู เรือจอดเทียบท่าเรือเมืองเอ็ดฟู .......... อิสะถ่ายรูปชมความงาม พิเศษ ..!! แถม นั่งรถเทียมม้าไปชม วิหารเอ็ดฟู ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นวิหารอียิปต์โบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดตั้งอยู่ศูนย์กลางของบริเวณที่อยู่อาศัย สร้างขึ้นเพื่อบูชา เทพเจ้าฮอรัส (Horus) มีเศียรเป็นเหยี่ยว เป็นเทพเจ้าแห่งความดีและฉลาดรอบรู้ มองได้ไกลเหมือนตาเหยี่ยว อดีตวิหารถูกปกคลุมด้วยทรายเกือบถึงยอดตัวเสาและหัวเสาเป็นเวลานาน ปี ค.ศ. 1860 มีการขนทราย ปรากฏว่าตัววิหารยังแข็งแรง แน่นหนา ขนาดของวิหารยาว 137 เมตร มีเสาใหญ่แบบไพรอนที่วัดได้ 79 เมตรตรงด้านหน้า และสูง 36 ม. วิหารนี้มีขนาดใหญ่และสวยงาม สมควรแก่เวลาเดินทางกลับเรือ (กรุณาทิปคนขับรถม้าท่านละ US$ 1)
16.30 บนเรือบริการน้ำชารอบบ่าย เรือล่องผ่านสันดอนที่เอ็ดน่า ระดับน้ำต่างกันประมาณ 6 เมตร ท่านสามารถชมการเปิดประตูน้ำและการถ่ายระดับน้ำได้ บนชั้นดาดฟ้าของเรือ |
| 19.30 |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร - บนเรือสำราญ ระดับ 5 ดาว |
| 21.00 |
ชมการแสดงรอบดึก ขึ้นอยู่กับรายการของเรือนั้นๆ |
| ค่ำ |
เรือจอดที่ลุ๊กซอร์ เดิมชื่อธีบส์ เดิมเป็นเมืองหลวงเก่า ปกครองโดยราชวงศ์ที่ 18 และ 19 ห่างจากกรุงไคโร 675 กม. (เดินทางด้วยรถไฟใช้เวลา 1 คืน เครื่องบินใช้เวลา 1 ชม.) ตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำไนล์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่แห้งแล้ง เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน มีประวัติมากว่า 3,000 ปี |
| |
พักบนเรือสำราญ ล่อง... แม่น้ำไนล์ - ระดับ 5 ดาว |
| |
|
| วันที่ห้า เมืองลุ๊กซอร์ - เวสแบงค์ - หุบผากษัตริย์ ( Valley of the Kings ) วิหารฮัสเซพซุต - รูปปั้น เมมนอน ( Colossi of Memnon ) |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร - บนเรือสำราญ ระดับ 5 ดาว
เมืองลุ๊กซอร์ เดิมชื่อธีบส์ เดิมเป็นเมืองหลวงเก่า ปกครองโดยราชวงศ์ที่ 18 และ 19 ห่างจากกรุงไคโร 675 กม. (เดินทางด้วยรถไฟใช้เวลา 1 คืน เครื่องบินใช้เวลา 1 ชม.) ตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำไนล์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่แห้งแล้ง เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน มีประวัติมากว่า 3,000 ปี |
| 08.00 |
นำท่านเดินทางข้ามไปฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ (West Bank) หรือ นครธีบส์ในสมัยอียิปต์โบราณ อดีตเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของคนตาย หรือ นครของผู้วายชนม์ (Necropolis of Thebes) เต็มไปด้วยกลุ่มโบราณสถานที่มีประวัติน่าพิศวง ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ชม อนุสาวรีย์แห่งเมมนอน (Colossi of Memnon) หรือสุสานของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 3 อดีตเคยใช้เป็นวิหารประกอบพิธีศพของอาเมนโฮเทปที่ 3 ประมาณ 2,000 กว่าปีก่อน เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ทำให้ตัววิหารพังลงมา เหลือเพียงรูปสลักหินทรายขนาดใหญ่ 2 รูป สูง 20 เมตร จากนั้นชม หุบผากษัตริย์ (Valley of the Kings) เป็นที่ฝังพระศพของฟาโรห์ 63 พระองค์ ตั้งอยู่ที่เทือกเขาทีบัน พบทางเข้าแล้ว 14 แห่ง จัดให้ชมเพียง 5-6 สุสาน ด้านหน้าทางเข้าสุสานฟาโรห์บนยอดเขานั้นดูคล้ายปลายแหลมยอดปิรามิด เป็นการเลือกหวงซุ้ยในการฝั่งศพ ให้คล้ายว่าฝังอยู่ใต้ปิรามิด สุสานเหล่านี้เป็นสุสานที่ถูกเลือกให้เป็นสุสานที่เก็บ มัมมี่และสมบัติของกษัตริย์ถึง 62 สุสาน แต่ละสุสานมีขนาดใหญ่เล็กต่างกัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาครองราชย์ สุสานเริ่มสร้างเมื่อฟาโรห์ครองราชย์ และปิดเมื่อฟาโรห์สิ้นพระชนม์ ภายในหลุมมีจิตรกรรมที่งดงามสีสดใสราวกับเพิ่งวาดเสร็จ (ไม่รวมค่าเข้าสุสานของฟาโรห์ตูตันคามอน เนื่องจากจำกัดให้เข้าชมวันละ 100 คน ถ้าต้องการชมกรุณาติดต่อไกด์) ชม วิหารฮัคเชฟซุต (Temple of Queen Hatshepsut) ออกแบบโดยสถาปนิก ชื่อ เซเนมุท กว่า 3,500 ปีมาแล้วเป็นที่ประดิษฐานพระศพของฟาโรห์หญิงฮัตเชพซุต รู้จักในนาม ราชินีหนวด ฟาโรห์หญิงองค์เดียวในประวัติศาสตร์อียิปต์ ที่รุ่งเรืองมากในสมัยของพระองค์ |
| เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร - บนเรือสำราญ ระดับ 5 ดาว |
| 15.00 |
ชม วิหารลุ๊กซอร์ เป็นวิหารทรายเนื้อละเอียดที่ใหญ่มาก ตั้งอยู่ทางใต้ของ วิหารคาร์นัคซึ่งมีขนาดเล็กกว่า สร้างขึ้นสำหรับบวงสรวงพระผู้เป็นเจ้า มีบางส่วนเหมือนกับวิหารคาร์นัคหน้าวิหารในสมัยโบราณเคยมีเสาโอเบลิสก์ตั้งอยู่สองตันเคียงกัน ปัจจุบันเสาตันหนึ่งถูกนำไปตั้งไว้ที่จัตุรัสคองคอร์ด กรุงปารีส เพื่อเป็นของขวัญแด่กษัตริย์นโปเลียนหลุยส์ของฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1835 มีรูปปั้นขนาดเท่ากันยืนเรียงโดยรอบภายใน ชมรูปปั้นเต็มตัวของฟาโรห์ตุตันคามอนและมเหสี ขนาดเท่ากัน (ปรกติโดยทั่วไปคนอียิปต์โบราณ จะสร้างรูปปั้นฟาโรห์ใหญ่กว่ามเหสี เพื่อแสดงอำนาจเหนือกว่ามเหสี) สมัยฟาโรห์รามเสสที่ 2 พระองค์ได้โปรดให้สร้างอุทยานหน้าวิหารนี้ไป 3 กิโลเมตร ตกแต่งด้วยรูป ปฏิมากรรม ทำด้วยหินแกรนิต ควอร์ทไซด์ ชมเสาโอบิลิสก์ เสาบูชาสัญลักษณ์แห่งสุริยเทพ หมายถึงความสว่างและชีวิต ตรงข้ามกับปิรามิด อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความไร้วิญญาณ การสร้างเสาโอบิลิสก์ นิยมสร้างเป็นคู่ ลักษณะเป็นทรงยอดแหลมที่ตัดมาจากหินแกรนิตทั้งต้น มิใช่นำหินแต่ละก้อนมาประกอบกัน ทางเดินจะตรงเป็นแนวนับจากประตูทางเข้า ไปจนถึงห้องบูชาเทพเจ้าด้านในสุด ซึ่งมีเพียงฟาโรห์เท่านั้นที่เข้าได้ เสาแห่งนี้มีปาฏิหาริย์ โดยครึ่งบนมีสีขาวซีด ครึ่งล่างเป็นสีเหลืองนวล เชื่อว่าตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากเสานี้ จะสัมฤทธิ์ผลดังใจปรารถนา จากนั้นนั่งรถต่อไปชม วิหารคาร์นัค (Karnak) ประกอบด้วยอาคารใหญ่โตมากมายหลายหลังและเป็นวิหารโบราณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับการปฏิสังขรณ์จากฟาโรห์หลายพระองค์ สร้างเพื่อบูชาครอบครัวเทพเจ้า (Amon Mut - Khonso) ถูกเคลื่อนย้ายมาจากเมืองโบราณริมฝั่งแม่น้ำไนล์ เนื่องจากกระแสน้ำจากเขื่อนอัสวานไหล่บ่าท่วม ทางเข้าวิหารมีรูปแกะสลักของสฟิงซ์หัวแกะนั่งหมอบเป็นแถวสองข้างทาง ใช้เป็นทางเดินเชื่อมระหว่าง วิหารลุ๊กซอร์ และ วิหารคาร์นัค ในอดีตกาล และที่สวยงามมากคือ Hypostyle Hall หรือห้องเสา ซึ่งประกอบด้วยเสาสูง 134 ต้น เรียงเป็นแถวสลักด้วยอักษรและภาพ จากนั้นมีเวลาให้ท่านเดินเล่นที่ตลาดพื้นเมือง หรืออิสระเลือกนั่งรถม้า ชมเมืองตามอัธยาศัย |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ที่ ณ ภัตตาคาร - บนเรือสำราญ ระดับ 5 ดาว
พักบนเรือสำราญ ล่อง... แม่น้ำไนล์ - ระดับ 5 ดาว |
| |
|
| วันที่หก ลุ๊กซอร์ - ไคโร > Old Coptic - of Saint Sergius ป้อมปราการซิตาเดล สุเหร่าแห่งโมฮัมหมัดอาลี - ตลาดข่าน เอล คาลิลี่ |
| 05.30 |
บริการอาหารเช้า - บนเรือสำราญ ระดับ 5 ดาว แล้วนำท่านเช็คเอ้าท์ เพื่อเดินทางไปสนามบิน
(กรุณาทิปพนักงานในเรือรวม 3 คืน ท่านละ US$ 10 โดยนำเงินใส่ซองฝากไว้ที่แคชเชียร์ และพนักงานยกกระเป๋าท่านละ US$ 1 ก่อนเช็คเอ้าท์) |
| 06.45 |
เหิรฟ้าสู่ กรุงไคโร โดยเที่ยวบินที่ MS 262 |
| 07.45 |
ถึงกรุงไคโร ตัวแทนรอต้อนรับ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เขตเมืองเก่า ชิตาเดลากนั้นนำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร
นำท่านชม Old Coptic Cairo ชมโบสถ์เซ้นท์เซอร์เจียส (Church of Saint Sergius) -โบสถ์คริสต์ของชาวมุสลิม อยู่ใจกลางเมืองไคโรเก่า เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในกำแพงเสาหินดั่งเดิมตั้งแต่ศตวรรษที่ 3-4 (อยู่ต่ำจากพื้นปัจจุบันลงไป 3 ชั้น) เป็นที่หลบภัย ของครอบครัวพระเยซูคริสต์จากเยรูซาเล็ม กล่าวไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่าระหว่างที่พระองค์ยังอยู่ในวัยทารก เป็นช่วงที่กษัตริย์แฮรอดของจูเดีย สั่งฆ่าทารกผู้ชายที่เกิดใหม๋ทุกคน โจเซฟและมาเรีย (ต่อมาเป็นเซ็นต์โจเซฟและพระนางมารี) ได้นำพระเยซูคริสต์ ซึ่งถือกำเนิดในช่วงนั้น เดินทางหลบหนีมาซ่อนภัยกันทั้งครอบครัว ในประเทศอียิปต์เป็นเวลา 4 ปี อยู่ต่ำจากพื้นปัจจุบันลงไป 3 ชั้นนำชม Citadel เมืองเก่าชม ป้อมปราการ สร้างปี ค.ศ. 1176 สมันสุลต่านซาลาอัดดิน เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานของศัตรู สมัยสงครามครูเสด ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการราชการ อยู่บนเนินเขากลางกรุงไคโร สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงไคโรได้ไกลถึงปิรามิด ที่กีเซ่ห์
ชมสุเหร่าแห่งโมฮัมหมัด อาลี (Mohammad Ali) สุเหร่าที่ใหญ่และสูงที่สุดในกรุงไคโร สร้างในปี ค.ศ. 1830 เสร็จปี ค.ศ. 1848 เป็นสัญลักษณ์ของกรุงไคโร ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ตัวสุเหร่า และ ส่วนของสนาม บริเวณตรงกลางน้ำพุ ออกแบบโดยสถาปนิกชาวกรีก ต้องการให้มีรูปแบบเหมือน Blue Mosque ที่อิสตันบูล แต่ทำได้ไม่เหมือน ตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีโดมขนาดใหญ่สูง 52 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 21 เมตร มีโดมขนาดเล็กรองรับอีก 4 มุม ตัวอาคารสร้างด้วยหิน Albaster ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้างดงามตามแบบศิลปะอิสลาม หน้าสุเหร่ามีหอนาฬิกาที่พระเจ้าหลุยส์ฟิลิปป์แห่งฝรั่งเศสมอบให้รัฐบาลอียิปต์เป็นของขวัญ แลกกับเสาโอเบลิสก์ ที่ตั้งอยู่ที่ Place de la Concorde กรุงปารีส |
| เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
| 15.30 |
จากนั้นอิสระให้ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดข่าน เอล คาลิลี่ (Khan El Khalili Bazaar) หลากหลายด้วยร้านค้า เครื่องเทศ, เครื่องเงิน, ร้านทอง, เสื้อผ้า ฯลฯ ชมร้านกาแฟอายุร่วม 200 ปี ฟิชาวี คอฟฟี่เฮาส์ เปิดขายตลอด 24 ชม. นักท่องเที่ยวนิยมไปสัมผัส
*** เชิญซื้อ คาร์ทูซ จี้ทำด้วยทองคำหรือเงินแกะสลักชื่อแบบภาษาอียิปต์โบราณ (Hieroglyphic Charaters) ในรูปทรงยาวเก๋,สวยแปลก แปลว่ามีอายุยืนยาวอดีตองค์ฟาโรห์ใช้สลักชื่อขององค์เองตามโบราณสถานและสุสานของพระองค์ |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ที่ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก LEPASSAGE HOTEL ระดับ 5ดาว |
| |
|
วันที่เจ็ด ไคโร - อเล็กซานเดรีย - หลุมฝังศพใต้ดิน - เสาปอมเปย์พิลล่าร์ สวนมอนทาซ่าการ์เดน - หอสมุดแห่งอเล็กซานเดรีย - ไคโร - กรุงเทพ ฯ
|
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม |
| 08.00 |
หลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านเดินทางสู่ เมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria)
ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากกรุงไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ช่วงที่ถูก ปกครองโดย ชาวกรีกอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของปากแม่น้ำไนล์ ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เดิมเป็นหมู่บ้านประมง เล็ก ๆ สร้างโดย พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ปี 332 ก่อนคริสตกาลเป็นตำนาน รักอันยิ่งใหญ่ของพระนางคลีโอพัตรา และ มาร์ค แอนโทนี ปัจจุบันเป็นเมืองตาก อากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก เดินทางผ่านทะเลทรายที่มีสภาพเป็นกรวดปูน ทราย มีหญ้าแห้งขึ้นเป็นหย่อม ๆ
|
| 11.30 |
ถึงเมืองอเล็กซานเดรีย พาท่านชมเมืองเก่าและเมืองใหม่ ผ่านชมตลาดพื้นเมือง และโรงละครโบราณยุคโรมัน จากนั้นนำท่านชม หลุมศพใต้ดินแห่งอเล็กซานเดรีย (Catacombs) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุค กลาง สุสาน ของชาวโรมันในอดีตมีกว่า 50,000 ศพ สุสานแห่งนี้มี 3 ชั้น ชั้นล่างมีทางเดินติดต่อถึงกันตลอดประมาณ 100 กม. สร้างในศตวรรษที่ 2 ลึก 32 เมตร นับเป็นสุสานที่มีสภาพสมบูรณ์และสวยงามที่สุด ชมPompey’ s Pillar โบราณสถานที่เก่าแก่ และเป็นเสาหินที่สูงที่สุดของเมืองอเล็กซานเดรียเป็นเสาหินแกรนิตสีแดงจากเมืองอัสวาน สูง 30 เมตร หัวเสาประดับด้วยลวดลายคอรินเทรียน (ศิลปะกรีก) สร้างถวาย จักรพรรดิ์ Diocletian ในปี ค.ศ. 297 บริเวณเดียวกันมีรูปแกะสลักสฟิงซ์ 3 ตัว และ Nilometers หลงเหลืออยู่
|
| เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร |
|
จากนั้นชม Montaza Garden & Palace ปัจจุบันใช้เป็นที่รับรองแขกพิเศษของประเทศ อีกตึก เป็นที่ตั้งของโรงแรม 6 ดาว จากนั้นรถแล่นเลียบชายทะเลเมดิเตอเรเนียนอันสวยงาม ผ่านโบสถ์ ประจำเมืองและ หอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถึงป้อม Kaetbay Fort หนึ่งในป้อมขนาดใหญ่ริม ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสร้าง ค.ศ.1479 เพื่อป้องกันการรุกรานทางทะเลทราย มีทัศนียะภาพที่สวยงามของอ่าวหน้าเมืองอเล็กซานเดรีย
|
| |
พิเศษ ..!! ฟรี
นำท่านชม หอสมุดอเล็กซานเดรีย ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในโลก ภายในมีที่นั่งอ่านหนังสือเกือบ 2 หมื่นที่นั่ง โดยแยกเป็นส่วนๆ มีไกด์ภาษาอังกฤษของห้องสมุดนำชมทุกชั่วโมง ใช้เวลาอธิบายประมาณ 10-15 นาที มีห้องสมุดของเด็กเล็กและเด็กโต แยกส่วนกัน นอกจากนี้ยังมีห้องจัดแสดง แล้วแต่โอกาส (ซึ่งมีค่าเข้าชมแยกต่างหาก ไม่รวมในรายการ)
ห้องสมุดเคยตั้งและถูกเผาในศตวรรษที่สี่ โดยใช้เวลาการสร้างใหม่ 12 ปี ด้วยเงินทุน 220 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีก่อน ห้องสมุดอเล็กซานเดรียเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่สำคัญมาก อาร์คีมิดิสและยูคลิดใช้บริการของห้องสมุดนี้ ในสมัยนั้น ศูนย์กลางการศึกษาคณิตศาสตร์เคยอยู่กับพิธากอรัส แต่สองศตวรรษหลังจากพิธากอรัสเสียชีวิตลง ศูนย์การเรียนเลขได้ย้ายไปอยู่ที่อเล็กซานเดรีย พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ได้ชัยชนะเหนือกรีก เอเชียไมเนอร์ และอียิปต์ ได้สร้างเมืองหลวงที่ทรงตั้งพระทัยให้เป็น เมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกเมื่อพโทเลมีขึ้นครองบัลลังก์อียิปต์ อเล็กซานเดรียก็ได้เป็นเมืองมหาวิทยาลัยแห่งแรก ในโลก นักคณิตศาสตร์และนักปราชญ์หลั่งไหลสู่ เมืองนี้จากชื่อเสียงของห้องสมุดอเล็กซานเดรีย ห้องสมุดนี้ตั้งขึ้นจากแนวคิดของ Demetrius Phalaerus ที่โน้มน้าวให้พโทเลมีรวบรวมหนังสือดี ๆ โดยบอกว่าคนเก่งกาจจะตามมาเอง จึงได้มี การรวบรวมหนังสือจากทั่วอียิปต์ กรีก เอเชียไมเนอร์ และยุโรป ความพยายามในการหาหนังสือนั้นเข้มข้นชนิดที่ว่านักท่องเที่ยวที่เข้าอเล็กซานเดรียทุกคนจะถูกริบหนังสือ โดยหนังสือนั้นจะถูกนำไปคัดลอก (โดยการเขียนด้วยมือ) แต่ห้องสมุดจะขอเก็บต้นฉบับไว้และคืนฉบับคัดลอกให้เจ้าของ ห้องสมุดได้รวบรวมหนังสือถึงหกแสนเล่มในเวลาต่อมา และเป็นที่รู้กันว่านักคณิตศาสตร์สามารถหาความรู้ทุกอย่างในโลกได้โดยการมาที่ห้องสมุดนี้
ห้องสมุดอเล็กซานเดรีย ถูกทำลายหลายครั้ง ตั้งแต่ 47 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อจูเลียส ซีซาร์โจมตีคลีโอพัตราด้วยการเผาท่าเรืออเล็กซานเดรีย ห้องสมุดตั้งอยู่ติดกับท่าเรือจึงพลอยถูกเผาไปด้วย หนังสือนับแสนเล่มถูกทำลาย แต่คลีโอพัตราตั้งพระทัยมั่นจะบูรณะห้องสมุดให้กลับคืนมาดีเหมือนเดิม มาร์ก แอนโทนีจึงยกทัพไปตีเมือง Pergamum ที่มีหนังสือดี และขนหนังสือทั้งหมดกลับอียิปต์ จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงไคโร |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ที่ ณ ภัตตาคาร |
| 18.30 |
นำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงไคโร |
| 22.10 |
อำลากรุงไคโร บินตรงเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ MS 960 |
| วันที่แปด กรุงเทพฯ |
| 12.00 |
คณะเดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ... |