| |
กำหนดการเดินทาง : 13-17 เม.ย. 53 |
| วันแรก กรุงเทพฯ – หลวงพระบาง – วัดเชียงทอง - พระราชวัง ( -/กลางวัน /เย็น ) |
| 08.30 |
พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ทางเข้าประตู 8 เคาน์เตอร์ R 18 - 19 สายการบินลาว เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง |
| 10.40 |
ออกเดินทางโดยสายการบินลาว เที่ยวบิน QV643 มุ่งสู่ เมืองหลวงพระบาง |
| 12.30 |
เดินทางถึง สนามบินหลวงพระบาง นำท่านเดินทางเข้าสู่ ตัวเมืองหลวงพระบาง โดยรถปรับอากาศ
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ( 1 ) |
| |
หลังอาหารนำท่านชม วัดเชียงทอง ซึ่งเป็นวัดหลวงคู่เมืองหลวงพระบาง โดยพระเจ้าชัยเชษฐาธิราชได้โปรด ให้สร้างขึ้น และได้รับการอุปถัมภ์จาก เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ และเจ้าชีวิตศรีสว่างวงศ์วัฒนา มากเป็นพิเศษ บริเวณที่ตั้งของวัดที่ตอนหัวโค้งของแผ่นดิน ที่แม่น้ำคานมาบรรจบกันกับแม่น้ำโขง เป็นศูนย์ศิลปกรรมล้านช้าง ความงามของวัดอยู่ที่ความสงบสง่าสะอาด มีการวางผังออกแบบ และบำรุงรักษาอย่างดีเยี่ยม ชม สิม หรือ โบสถ์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของศิลปะสกุลช่างล้านช้าง นำท่านเที่ยวชม พระราชวังเก่าเจ้ามหาชีวิต (พิพิธภัณฑ์) อดีต พระราชวังหลวงที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตลาว สร้างปี ค.ศ.1904 (พ.ศ. 2447)ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อปี ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2519) มีหอประดิษฐานพระบาง พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สูง 1.14 เมตร หนัก 54 กิโลกรัม เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง เป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงพระบาง เดิมเมืองนี้ชื่อเมืองขวา แล้ว เปลี่ยนมา เป็น เชียงดง เชียงทอง ตามลำดับ จากนั้นนำท่านไปสักการะพระธาตุพูสี ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 150 เมตร ใจกลางเมืองหลวงพระบาง ใครก็ตามที่มาเยือนหลวงพระบางจะต้องขึ้นไปบูชา พระธาตุ ถ้าไม่ไปบูชาก็เหมือน มาไม่ถึงหลวงพระบาง สองข้างทางขึ้นพระธาตุร่มรื่นและหอมอวลไปด้วย ดอกจำปาลาวหลากสีสัน มองจาก ยอดพูสี คือภาพพานอรามาของราชธานีเก่าแก่ริมแม่น้ำโขง ล้อมรอบด้วย ทิวเขาสลับซับซ้อนสมกับนามว่า บ้านผาเมืองภูอู่อารยะธรรมล้านช้าง จากนั้นนำท่านเช็คอินเข้าที่พักโรงแรม |
| 18.30 |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ( 2 ) พร้อมร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญและชมการแสดงรำพื้นเมืองของลาว ได้เวลาพอสมควรนำท่านกลับเข้าที่พักโรงแรม Vangsavath Hotel หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย |
| |
|
| วัดวิชุน – ถ้ำติ่ง – บ้านช่างไห – น้ำตกตาดกวงชี – ถนนคนเดิน ( ตลาดมืด ) ( เช้า/กลางวัน/เย็น ) |
| 07.00 |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ( 3 ) หลังอาหารนำท่านชม วัดวิชุนราช สร้างในสมัย พระเจ้าวิชุนราชปี ค.ศ. 1503 – 1504 วัดนี้มีพระธาตุเจดีย์องค์ใหญ่รูปทรงคล้ายแตงโมชาวลาว เรียกว่า พระธาตุหมากโม วัดวิชุนมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเดิมเป็นที่ประดิษฐานพระบาง และเป็นแหล่งรวม ผลงานฝีมือช่างสกุลต่างๆ ผ่านการซ่อมมาหลายยุคสมัย ทำให้ พุทธสถาปัตย์ของวัดวิชุนมีความโดดเด่น จากนั้นเดินทางไปยังบ้านซ่างไหเพื่อลงเรือล่องไปตามลำน้ำโขงมุ่งหน้าสู่ ถ้ำติ่ง เป็นถ้ำบนหน้าผาริมแม่น้ำโขง มี 2 ชั้น ชั้นล่างมีความสูงจากระดับน้ำ 60 เมตร ชั้นบนต้องขึ้นบันไดอีก 218 ขั้น มีพระพุทธรูปเป็นจำนวนมาก นับเป็นถ้ำที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา มาตั้งแต่สมัยพระเจ้าโพธิสาร ซึ่งเป็นสถานที่ ซึ่งเจ้ามหาชีวิต ข้าราชบริพาร พระสงฆ์ รวมถึงประชาชนชาวลาว เดินทางมาสรงน้ำพระพุทธรูป ในวันขึ้นปีใหม่ลาว ( วันสงกรานต์ ) |
| 12.00 |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ( 4 ) หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ บ้านซ่างไห โดยรถปรับ อากาศ ท้องถิ่น หมู่บ้านซ่างไหเป็นหมู่บ้านในชนบทที่ตั้งรกรากใช้ชีวิตอยู่ริมแม่น้ำโขงมา เป็นระยะเวลานาน หลายปี อาชีพในการหมักเหล้า สาโท และเป็นแหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองจำพวกผ้าทอ,วางจำหน่ายอย่างเป็นระเบียบชม ความร่วมมือ ของชาวบ้านที่ได้ จัดแต่งลานบ้าน อย่างสวยงาม เพื่อรอรับ นักท่องเที่ยว นำท่านชม หมู่บ้าน หัตถกรรมบ้านผานม หมู่บ้านชาวไทลื้อที่อพยพมาจากเมืองสิบสองปันนา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 1890 ในอดีตเป็น หมู่บ้านของข้าราชบริพารของเจ้ามหาชีวิตแห่งอาณาจักรล้านช้าง ผู้หญิงมีหน้าที่หลักคือ การทอผ้าถวายราช สำนัก ตามพระราชกระแสรับสั่งของเจ้ามหาชีวิตและพระราชวงศ์ จนมีชื่อเสียงไปทั่ว ตราบจนกระทั่งเมื่อรัฐบาล เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2518 มีการยกเลิกตำแหน่งเจ้ามหาชีวิต หมู่บ้านนี้จึงต้องหันมาทอผ้าขายให้กับ นักท่องเที่ยว เดินทางสู่ น้ำตกตาดกวงชี ห่างจากหลวงพระบางไปประมาณ 30 กม. ผ่านหมู่บ้านชนบท สองข้างทาง ชมความงดงามของน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งของหลวงพระบาง โดยมีสายน้ำที่ลดหลั่นผ่านชั้น หินปูน ลงสู่แอ่งน้ำใส มีทางเดิน ลัดเลาะขึ้นไปสู่ชั้นบนเพื่อชมความงามอีกมุมหนึ่งของน้ำตก |
| 19.00 |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ( 5 ) หลังจากนั้นนำท่านเที่ยวชม ตลาดค่ำ(NIGHT MARKET) บนถนนศรีสว่างวงศ์ ตั้งแต่หน้าพระราชวังจนสุดถนน เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้า ในบรรยากาศ หลวงพระบางยามราตรี อีกทั้งยังมีร้านเบเกอรี่ ต่าง ๆ เพื่อให้ท่านได้ชิมกาแฟ และขนมเค้กอันแสนอร่อย นานาชนิด |
| |
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักโรงแรม Vangsavath Hotel ขอเชิญอิสระพักผ่อนตามอัธยา |
| |
|
| ตักบาตรข้าวเหนียว – กิ่วกะจำ – เมืองพูคูน – เชียงขวาง ( เช้า/กลางวัน/เย็น ) |
| 05.00 |
ตื่นเช้าร่วม ทำบุญใส่บาตรข้าวเหนียว พระสงฆ์เป็นร้อย ๆ รูป กับชาวหลวงพระบาง เป็นภาพยามเช้าที่มีชีวิตชีวา ของหลวงพระบาง สะท้อนถึงวิถีชีวิตของสังคมอันสงบสุข เรียบง่าย ชมวิถียามเช้าที่ตลาด สังเกตการณ์ที่ ร้านกาแฟประชานิยมลองลิ้มกาแฟลาว คู่กับขนมปังฝรั่งเศสหรือปาท่องโก๋ แล้วกลับเข้าที่พักโรงแรม |
| |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร ของโรงแรม ( 6 ) หลังอาหารเช้า เดินทางสู่แขวงเชียงขวาง ผ่านเทือกเขาอันสลับซับซ้อนและสวยงาม ตามเส้นทางหมายเลข 13 |
| 12.00 |
บริการอาหารกลางวันที่เมืองพูคูน (7) หลังอาหารเดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่เมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง ภาคเหนือของลาว อันมีธรรมชาติสวยงาม อากาศเย็น สบายตลอดทั้งปี อดีตในห้วงสงครามอินโดจีน เป็นพื้นที่ ที่ถูกทำลายจากการทิ้งระเบิดของอเมริกา เสียหายมากมาย เป็นที่ตั้งของ ทุ่งไหหิน มรดกแห่งอารยธรรม ของมนุษยชาติอายุกว่า 2,000 ปี |
| 17.00 |
เดินทางถึงเมืองโพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง
นำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก Vansana Hotel อิสระพักผ่อนอิริยาบถตามอัธยาศัย |
| ค่ำ |
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (8) |
| |
|
| เชียงขวาง – ทุ่งไหหิน – พูคูน – เมืองกาสี – วังเวียง ( เช้า/กลางวัน/ เย็น ) |
| 07.00 |
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ? บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ( 9 ) หลังอาหารเดินทางไปชม ทุ่งไหหิน ที่เมืองพวน เป็นไหหินที่ผลิตจากหินก้อนใหญ่มีจำนวนมากกระจายไปทั่วเขตภูเพียงเชียงขวาง จึงได้ขนามนามว่า ทุ่งไหหิน ไหหินใหญ่ที่สุด สูง 3.25 เมตร และปากกว้าง 3 เมตร ทุ่งไหหินห่างจาก เมืองโพนสะหวันประมาณ 7.5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเมืองเอกของแขวงเชียงขวางข้อพิสูจน์เกี่ยวกับไหหินอันแท้จริง ของไหหิน ดังกล่าวและในปัจจุบันยังคงไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าไหหินดังกล่าวนั้นมี ไว้เพื่อทำการใด ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองวังเวียง |
| 12.00 |
บริการอาหารกลางวันที่เมืองพูคูน ( 10 ) หลังอาหารออกเดินทางต่อมุ่งหน้าลงทางใต้ตามถนนหมายเลข 13 สู่ เมืองวังเวียง เมืองธรรมชาติสวยสดงดงาม อากาศเย็นสบาย ริมแม่น้ำซองล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง มองเห็นสายน้ำกว้างสลับกับเนินทราย มีเทือกเขาหินปูนเป็นฉากหลัง ได้ฉายาว่า “ กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว ” |
| ค่ำ |
บริการอาหารเย็นที่ภัตตาคาร ( 11 )
หลังอาหารนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม Thaveesouk Hotel ขอเชิญท่านอิสระพักผ่อนในบรรยากาศของเมืองแห่งขุนเขาและสายน้ำซอง |
| |
|
| วังเวียง - เวียงจันทน์ - พระธาตุหลวง – ประตูชัย – กรุงเทพฯ ( เช้า/กลางวัน/ เย็น ) |
| 07.00 |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร ของโรงแรมที่พัก ( 12 ) หลังอาหารออกเดินทางสู่ นครเวียงจันทน์ เมืองหลวงของ สปป.ลาว ( ห่างจากวังเวียง 156 กม ) ถึงเวียงจันทน์นำท่านไปสักการะ วัดพระธาตุหลวง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประตูชัย เป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุด เป็นสัญลักษณ์ ประจำชาติลาว มีความหมายต่อจิตใจของประชาชนชาวลาวอย่างใหญ่หลวง แทนถึงความเป็น เอกราชและอธิปไตยของลาว สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เป็นเจดีย์ที่มีลักษณะโดดเด่นที่สุดในอาณาจักรล้านช้าง เป็นการผสมผสานระหว่าง สถาปัตยกรรมในพระพุทธศาสนากับสถาปัตยกรรมของอาณาจักร มีลักษณะคล้ายป้อมปราการ มีการก่อสร้าง ระเบียงสูงใหญ่ขึ้นโอบล้อมองค์พระธาตุไว้พร้อมกับทำช่องหน้าต่างเล็กๆ เอาไว้โดยตลอด ประตูทางเข้าเป็น บานประตูไม้ใหญ่ลงรักสีแดงรอบๆ องค์พระธาตุยังมีเจดีย์บริวารล้อมอยู่โดยรอบ นำชม อนุสาวรีย์ประตูชัย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของนครเวียงจันทน์ บนถนนล้านช้าง สร้างเสร็จในปี พ.ศ.2512 เป็นอนุสรณ์ สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวที่สละชีวิตในสงคราม ก่อนหน้าการปฏิวัติพรรค คอมมิวนิสต์ มีอีกชื่อว่า รันเวย์แนวตั้ง เพราะการก่อสร้างนี้ใช้ปูนซีเมนส์จากประเทศอเมริกา ที่ซื้อมาเพื่อสร้างสนามบินใหม่ในเวียงจันทน์
ระหว่างสงครามอินโดจีนแต่สงครามสงบเสียก่อน จึงได้นำปูนมาสร้างประตูชัยแทนโดยก่อสร้างเป็นสถาปัตยกรรม ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะล้านช้างกับฝรั่งเศสเข้าด้วยกัน อย่าง งดงามและกลมกลืน |
| 12.00 |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ( 13 ) |
| บ่าย |
นำชมหอพระแก้ว และแวะให้ท่านช้อปปิ้งที่ ตลาดเช้าเวียงจันทน์ อาทิ โทรศัพท์มือถือ เหล้า ไวน์ เครื่องเงิน ผ้าไหม ซึ่งเป็นตลาดที่รวบรวมสินค้าทุกอย่าง สมควรแก่เวลาออกเดินทางสู่ สนามบินเวียงจันทน์ |
| 16.30 |
ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินลาว เที่ยวบิน QV415 |
| 17.50 |
ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ |